สมัครสมาชิกใหม่

กล่องฝากข้อความ
ข้อจำกัด

มูลนิธิศูนย์คุ้มครองสิทธิด้านเอดส์
Foundation For AIDS Rights (FAR)
Choose your language :

เพื่อนรัก เพื่อนริษยา จบไม่สวย ตอกย้ำซ้ำเติมผู้ป่วยเอดส์

ประเภท : กรณีศึกษา

โดย : มูลนิธิศูนย์คุ้มครองสิทธิด้านเอดส์

สร้างเมื่อ : 12-Jan-2016

จำนวนเข้าชม 127 ครั้ง

ชื่นชอบ 3 ครั้ง

     การทำละครที่ดี มีคุณภาพ คนทำละครต้องทำการบ้าน ต้องหาข้อมูล เพราะการนำเสนอแต่ละฉาก
แต่ละตอนของละครมีผลต่อพฤติกรรม  ความคิด  ความเชื่อ  ของคนในสังคม ละครจึงถือเป็นสื่ออย่าง
หนึ่ง ที่มีบทบาทสำคัญในอันที่จะช่วยสร้างสรรค์จรรโลงสังคม  หรือทำให้สังคมมีความรู้  ความเข้าใจ
ในมิติต่างๆ

     ละครเรื่องเพื่อนรัก เพื่อนริษยา ที่ออกอากาศทางช่อง ๓ ทุกวันจันทร์ และอังคารซึ่งสัปดาห์ที่ ๕-๖ 
ตุลาคม ๒๕๕๘ นี้จะนำเสนอเป็นตอนจบแล้ว ละครเรื่องนี้ได้รับความนิยมค่อนข้างมากเรื่องหนึ่ง ด้วย
ดาราที่แสดงและเนื้อหาที่ถูกจริตคนไทย ชื่อเรื่องก็บอกอยู่แล้ว เรื่องราวความรัก ความริษยา

     แต่ที่จะขอพูดถึงคือ  มีการเผยแพร่บทละครตอนจบผ่านสื่อต่าง ๆ ในฐานะคนทำงานเรื่องเอชไอวี
/เอดส์มานาน ๒๐ กว่าปี พออ่านแล้วก็ต้องถอนหายใจเฮือกใหญ่ “เอาอีกแล้ว” พล๊อตเดิม ข้อมูลเก่า  
ในบทโดยสรุปไลลาตายเพราะเป็นเอดส์  โดยไปนอนตัวเน่ามีแผลพุพองทั้งตัว ต้องพันผ้าพันแผลไว้
จนเพื่อนรักอีกสองคนที่ไปทำบุญที่สถานสงเคราะห์ที่ไลลานอนออยู่ จำไม่ได้ มารู้เอาตอนที่สิ้นใจ

    เมื่อย้อนนึกไปในอดีตที่ละครนำเสนอคือ ไลลาเคยมีเพศสัมพันธ์กับเจ้าของช่องทีวี  พระเอก  และ
โปดิวเซอร์เพื่อแลกกับหน้าที่การงาน ตอกย้ำการมีคู่นอนมากหน้าหลายตาทำให้เธอต้องมีสภาพเช่นนี้
การนำเสนอเรื่องราวของเอดส์ผ่านบทละครแบบนี้นอกจากจะไม่ตรงตามข้อมูลทางวิชาการยังเป็นการ
ตอกย้ำว่าเอดส์เป็นเรื่องของคนที่มีคู่นอนหลายคน เอดส์เป็นแล้วต้องตาย ซึ่งเป็นการสร้างความเข้าใจ
ที่ผิดเรื่องเอชไอวี/เอดส์อย่างมาก

     ปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานภาคประชาสังคมด้านเอดส์  ร่วมกันรณรงค์ให้ประชาชน
มีความรู้ความเข้าใจเรื่องเอชไอวีและเอดส์ตามสโลแกน เอชไอวีป้องกันได้...เอดส์รู้เร็วรักษาได้

    หัวใจสำคัญ คือรณรงค์ให้ประชาชนทุกคนตระหนัก ว่าหน้าที่การป้องกันเอดส์เป็นหน้าที่ของทุกคน 
หากคุณมีพฤติกรรมเสี่ยงต่อเอดส์คุณต้องป้องกันตัวเอง พฤติกรรมเสี่ยงที่ว่าคือหนึ่งมีเพศสัมพันธ์แบบ
ไม่ได้ป้องกันโดยการสวมถุงยางอนามัย   แม้จะมีคู่นอนเพียงคนเดียว  เพราะเราไม่อาจทราบว่าคู่นอน
ของเรามีเพศสัมพันธ์กับเราคนเดียวหรือไม่(คนไทยกว่า ๙๐% ติดเชื้อเอชไอวีจากช่องทางนี้)สองคือ
ใช้ยาเสพติดด้วยวิธีฉีดเข้าเส้นและใช้เข็มฉีดร่วมกัน สามคือรับเลือดที่มีเชื้อเอชไอวีเข้าสู่กระแสเลือด
โดยตรง  ประการต่อมาคือหากมีพฤติกรรมเสี่ยงแล้วกังวล  อยากรู้ว่าตนเองติดเชื้อเอชไอวีหรือไม่ ยัง
สามารถขอรับคำปรึกษาจากสายด่วนเอดส์ ๑๖๖๓ ได้ทุกวัน เวลา ๐๙.๐๐-๒๑.๐๐ น. 

      และหากต้องการตรวจหาเชื้อเอชไอวีสามารถไปรับการตรวจที่โรงพยาบาลที่ท่านสะดวกใจที่ไหน
ก็ได้ที่สบายใจ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย (ฟรี) ปีละ ๒ ครั้ง  เพียงแสดงบัตรประชาชน   เงื่อนไขคือ  ต้องมี
สัญชาติไทยและเข้ากระบวนการประเมินความเสี่ยงกับเจ้าหน้าที่ ค่าใช้จ่ายจะเบิกจากกองทุนเพื่อการ
ตรวจหาเชื้อเอชไอวีโดยสมัคร  (กรณีนี้ไม่ครอบคลุมการตรวจเพื่อสมัครงาน การบวช )  หากพบว่าติด
เชื้อเอชไอวีก็จะเข้าสู่การดูแลรักษาทันที ตั้งแต่การตรวจวัดระดับภูมิคุ้มกัน (CD4)การป้องกันและการ
รักษาโรคฉวยโอกาส การตรวจรักษาด้วยยาต้านไวรัสเอชไอวี ซึ่งทั้งหมดนี้ใเบิกค่าใช้จ่ายได้หมด ไม่
ว่าจะใช้สิทธิบัตรทอง บัตรประกันสังคม และบัตรข้าราชการ ปัจจุบันมีผู้ติดเชื้อเอชไอวี ผู้ป่วยเอดส์ ที่
เข้าการรักษาด้วยยาต้านไวรัสเอชไอวีมีมากกว่า ๓๐๐,๐๐๐ คน
       
      ดังนั้น ยิ่งรู้สถานภาพการติดเชื้อเร็ว เข้าสู่กระบวนการรักษาเร็ว ยิ่งเป็นผลดีต่อบุคคลนั้น จะทำให้
แทบไม่มีโอกาสป่วยป็นเอดส์เลย   ขณะเดียวกันหากติดเชื้อเอชไอวีมาก่อนแล้ว   และเริ่มมีภูมิคุ้มกัน
บกพร่อง หรือที่เรียกว่ามีอาการของเอดส์ มีอาการหรือมีโรคฉวยโอกาส รีบมารับการรักษาอาการหรือ
โรคฉวยโอกาสนั้นให้หาย บุคคลนั้นก็จะกลับไปอยู่ในสถานะเป็นเพียงผู้ติดเชื้อเอชไอวีเท่านั้น ไม่เป็น
ผู้ป่วยเอดส์ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สามารถทำงานได้ เรียนหนังสือได้ ทำกิจกรรมต่างๆได้เช่นเดียวกับ
คนทั่วไป มีอายุยืนยาวทั้งหมดนี้เป็นที่มาของข้อความรณรงค์ เอชไอวีป้องกันได้...เอดส์รู้เร็วรักษาได้
      
      กลับมาที่ละครเพื่อนรัก เพื่อริษยา การนำเสนอภาพลักษณ์ของผู้ป่วยเอดส์ที่มีพฤติกรรมมีคู่นอน
หลายคน มีแผลพุพองตามเนื้อตัว ต้องไปอยู่สถานสงเคราะห์  สุดท้ายต้องตาย  สวนทางอย่างยิ่งกับ
การรณรงค์สร้างความเข้าใจใหม่เรื่องเอดส์  เพราะปัจจุบันเราแทบจะไม่เห็นสภาพนั้นแล้ว  หากยังมี
นั่นแสดงว่าผู้ป่วยรายนั้นไม่ได้รับการรักษาตามมาตรฐานการรักษา อีกทั้งเป็นการตอกย้ำซ้ำเติมให้เกิด
ทัศนคติเชิงลบต่อผู้ติดเชื้อเอชไอวี ผู้ป่วยเอดส์ คนดูละครที่มีสมาชิกในครอบครัวติดเชื้อเอชไอวีหรือ
ป่วยเอดส์แล้วต้องตายแน่นอน คนทำละครและสถานีที่เผยแพร่จึงจำเป็นต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม
 ศึกษาหาข้อมูลแล้วนำเสนอเพื่อร่วมลดการตีตราและเลือกปฏิบัติต่อผู้ติดเชื้อเอชไอวี ผู้ป่วยเอดส์ใน
สังคมไทย...มิฉะนั้นจะเป็นการทำร้ายผู้ติดเชื้อ ผู้ป่วยเอดส์ซ้ำซาก




โดย     มูลนิธิศูนย์คุ้มครองสิทธิด้านเอดส์
เข้าสู่ระบบก่อน พิมพ์หน้านี้
สายด่วนเรื่องสิทธิและกฎหมาย

02-1715135-6 - กรุงเทพฯ

038-993-242 - ระยอง

ทุกวัน เวลา 10.00 - 20.00 น.