สมัครสมาชิกใหม่

กล่องฝากข้อความ
ข้อจำกัด

มูลนิธิศูนย์คุ้มครองสิทธิด้านเอดส์
Foundation For AIDS Rights (FAR)
Choose your language :

ว่าด้วยเงินสงเคราะผู้ป่วยเอดส์ : ไขข้อข้องใจทำไมผู้ติดเชื้อเอชไอวีไม่ได้?

ประเภท : กรณีศึกษา

โดย : มูลนิธิศูนย์คุ้มครองสิทธิด้านเอดส์

สร้างเมื่อ : 08-Oct-2020

จำนวนเข้าชม 62 ครั้ง

ชื่นชอบ 0 ครั้ง

                ช่วงนี้ที่ผ่านลูกเพจเข้ามาถามในแชทบ่อยๆเรื่อง เงินสงเคราะห์ผู้ป่วยเอดส์ ส่วนใหญ่คำถามที่แอดได้รับจากลูกเพจก็จะเป็นประเด็นที่ว่า ทำไมหน่วยงานที่มีหน้าที่จ่ายเงินสงเคราะห์ในพื้นที่จึงยกเลิกการจ่ายเงิน วันนี้แอดมาไขข้อข้องใจให้ลูกเพจทุกคนกันจ้า
ว่าด้วยเรื่องเงินสงเคราะห์ เราต้องท้าวความถึง “ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการจ่ายเงินสงเคราะห์เพื่อการยังชีพขององค์กรการปกครอง่วนท้องถิ่น พ.ศ.2548” ได้ระบุให้มีการจ่ายเบี้ยยังชีพให้แก่ ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ป่วยเอดส์ ซึ่งในรายละเอียดเรื่องคุณสมบัติของผู้รับเงินสงเคราะห์ คนที่เข้าข่ายงสามกลุ่มนี้จะต้องอยู่ในภาวะยากลำบาก คือ รายได้ไม่เพียงพอต่อการยังชีพ ไม่สามารถประกอบอาชีพเพื่อเลี้ยงดูตัวเอง ขาดผู้อุปการะ สำหรับกรณีผู้ป่วยเอดส์จะต้องได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ด้วย

ในตอนนั้น (ปี 2548) เทคโนโลยีด้านการรักษา ยาต้านเอชไอวียังไม่ได้พัฒนาเท่าในปัจจุบัน ทำให้ผู้ติดเชื้อเอชไอวีป่วยเป็นเอดส์มากกว่าในปัจจุบีน และความเชื่อที่ว่าผู้ติดเชื้อ/ผู้ป่วยเอดส์มีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน ทำให้ผู้ติดเชื้อเอชไอวี/ผู้ป่วยเอดส์ในขณะนั้นได้รับเงินสงเคราะห์ แต่กาลเวลาผ่านมาจนปัจจุบัน เทคโนโลยียาต้านพัฒนาจนสามารถทำให้ผู้ติดเชื้อเอชไอวีมีชีวิตอยู่ได้ยืนยาวและแข็งแรงแบบคนที่ไม่มีเชื้อ และองค์ความรู้ด้านเอชไอวี/เอดส์ก้าวหน้าไปมากขึ้น มีการนิยามใหม่ทำให้ผู้ติดเชื้อแยกจากผู้ป่วยเอดส์

เรื่องของเรื่องมันเกิดจาก เมื่อสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) เข้ามาตรวจสอบหน่วยงานที่มีหน้าที่จ่ายเงินสงเคราะห์ ก็พบว่ามีการจ่ายเงินให้ผู้ติดเชื้อเอชไอวี ที่ไม่ใช่ผู้ป่วยเอดส์ที่ตามที่กำหนดไว้ในระเบียบ สตง.วินิจฉัยว่าหน่วยงานนั้นจ่ายผิดประเภท ทำให้เจ้าหน้าที่รัฐมีความผิด ส่งผลให้หน่วยงานรัฐที่มีหน้าที่รับผิดชอบยกลิกการจ่ายเบี้ยยังชีพให้แก่ผู้ติดเชื้อเอชไอวี และให้เฉพาะคนที่เป็นผู้ป่วยเอดส์ ซึ่งต้องมีใบรับรองแพทย์ระบุชัดเจนว่าป่วยเป็นเอดส์เท่านั้น เพราะกลัวว่าจะโดน สตง.เอาผิด ดังนั้น ผู้ติดเชื้อที่เคยได้เงินสงเคราะห์จึงไม่สามารถใช้เงินส่วนนี้ได้อีกต่อไป ครั้นจะไปขอใบรับรองแพทย์ให้หมอระบุว่าเป็นเอดส์ก็ไม่ได้ เพราะตนเองรับยาต้านไม่ได้ป่วยเป็นเอดส์

เมื่อมีการยกเลิกการจ่ายเงินสงเคราะห์ให้ผู้ติดเชื้อเอชไอวี ก็มีทั้งผู้ที่ได้รับผลกระทบและผู้ที่ไม่ได้เดือดร้อนกับเงินส่วนนี้ เกิดประเด็นถกเถียงในกลุ่มผู้ติเชื่อเอชไอวีกันอย่างกว้างขวาง ผู้ติดเชื้อส่วนหนึ่งมองว่า เมื่อเรายืนยันว่าผู้ติดเชื้อเอชไอวีเหมือนคนอื่น ๆ ทำงานได้ ก็เท่ากับว่าเราสามารถเลี้ยงดูตัวเองไม่จำเป็นต้องรับเงินสงเคราะห์ แต่อีกฝั่งก็มองว่า การรับเงินสงเคราะห์ยังเป็นสิ่งจำเป็นเพราะผู้ติดเชื้อเอชไอวีบางส่วนได้รับผลกระทบเรื่องการทำงานและการใช้ชีวิต เช่น ถูกกีดกันจากการรับเข้าทำงาน ถูกทอดทิ้งเพราะถูกรังเกียจ ไม่มีผู้ดูแลอุปการะ ทำให้ไม่มีรายได้มาใช้ยังชีพ

จากการให้ข้อมูลจากคุณสุภัทรา นาคะผิว ผู้อำนวยการมูลนิธิศูนย์คุ้มครองสิทธิด้านเอดส์ เกี่ยวกับประเด็นนี้ เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ได้มีการยื่นหนังสือเพื่อให้แก้ไขระเบียบดังกล่าว โดยให้ครอบคลุมถึงผู้ติดเชื้อเอชไอวี แต่จะต้องมีการประเมินว่าผู้ติดเชื้อที่ขอรับเงินสงเคราะห์อยู่ในภาวะยากลำบากหรือไม่ ซึ่งตอนนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการ อย่างไรก็ตามตอนนี้ หน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องการจ่ายเงินสงเคราะห์ยังไม่สามารถจ่ายเงินให้กับผู้ติดเชื้อได้ ก็ต้องติดตามกันต่อไปว่า จะมีการแก้ไขระเบียบดังกล่าวหรือไม่ ซึ่งแอดจะมาบอกทันทีหากมีความเคลื่อนไหวเพิ่ม

อ้างอิง
http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2548/00172706.PDF

เข้าสู่ระบบก่อน พิมพ์หน้านี้
สายด่วนเรื่องสิทธิและกฎหมาย

02-1715135-6 - กรุงเทพฯ

038-993-242 - ระยอง

ทุกวัน เวลา 10.00 - 20.00 น.