สมัครสมาชิกใหม่

กล่องฝากข้อความ
ข้อจำกัด

มูลนิธิศูนย์คุ้มครองสิทธิด้านเอดส์
Foundation For AIDS Rights (FAR)
Choose your language :

พวกเขาไม่ให้เราเรียน เพราะรู้มาว่า แม่ของเราเสียชีวิตจากเอชไอวี

ประเภท : กรณีศึกษา

โดย : มูลนิธิศูนย์คุ้มครองสิทธิด้านเอดส์

สร้างเมื่อ : 18-Sep-2019

จำนวนเข้าชม 93 ครั้ง

ชื่นชอบ 0 ครั้ง

เรื่องจริง จากการลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ได้รบผลกระทบจากเอชไอวี
.
วันที่ 18 ก.ค.62 มูลนิธิศูนย์คุ้มครองสิทธิด้านเอดส์ นำโดยคุณสุภัทรา นาคะผิว ผู้อำนวยการ พร้อมทีมงานด้านสิทธิ์ ลงพื้นที่ประชุมและทำความเข้าใจเรื่องเอดส์และเอชไอวี ร่วมกับผู้บริหาร ครู พยาบาลจาก โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในพื้นที่ และครอบครัวของนักเรียนที่ได้รับผลกระทบจากเอชไอวี ณ โรงเรียนบ้านบางกง ตำบลวิหารแดง อำเภอวิหารแดง จังหวัดสระบุรี
การลงพื้นที่ในครั้งนี้ สืบเนื่องมาจาก กรณีเด็กนักเรียน 2 พี่น้อง ที่โรงเรียนสั่งหยุดเรียน เพราะเด็กมีแผลตามร่างกายหลายจุด จึงให้หยุดไปรักษาแผลให้หาย แล้วจึงค่อยกลับมาเรียน แต่ด้วยการสื่อสารที่ผิดพลาด ทางครอบครัวกลับรับรู้ว่าทางโรงเรียนสั่งให้บุตรหลานหยุดเรียนเป็นการถาวร เพราะกลัวจะแพร่เชื้อให้กับนักเรียนคนอื่นในโรงเรียน

เรื่องราวที่เล่ามาเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของปัญหาที่เกิดขึ้น ต่อมาทางครอบครัวของนักเรียนพยายามติดต่อกับทางโรงเรียนเพื่อขอคำชี้แจง แต่ไม่เป็นผล ประกอบกับกระแสข่าวเรื่องแม่ของนักเรียนเสียชีวิตจากเอชไอวีที่มีมาแต่เดิมในกลุ่มผู้ปกครองนักเรียนก็รุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ สร้างความกดดันให้กับครอบครัวเป็นอย่างมาก

จนกระทั่งพ่อของเด็กทั้งสอง ไปปรึกษาพยาบาลที่ประจำอยู่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในพื้นที่ ทางพยาบาลก็พยายามประสานสำนักงานสาธาณระสุขอำเภอ เพื่อขอความช่วยเหลือ แต่กลับถูกปฏิเสธ จนสุดท้ายพยาบาลแนะนำให้พ่อพาเด็กทั้งสองไปขอใบรับรองจากแพทย์เพื่อนำผลมายืนยันต่อโรงเรียนและกลุ่มผู้ปกครอง

พ่อของเด็กก็พาลูกไปตรวจทั้งคู่ และผลเลือดของเด็กก็เป็นปกติ(ผลลบ) เพื่อต้านกระแสที่เกิดขึ้น พ่อของเด็กจึงโพสผลเลือดลงในกลุ่มไลน์ของผู้ปกครองนักเรียน แทนที่ผู้ปกครองในกลุ่มไลน์จะเข้าใจและจบเรื่องไป กลับกันกลุ่มผู้ปกครองก็แตกตื่นมากกว่าเดิม รุนแรงถึงขั้นบอกให้ลูกของตนไม่ต้องเล่นกับนักเรียนสองคนพี่น้องคู่นี้

ระหว่างที่เรื่องราวดำเนินไป สองพื่น้องคู่นี้ หยุดเรียนไป 3 วัน เมื่อไม่ได้รับคำชี้แจงจากโรงเรียน ทางครอบครัวจึงให้น้องกลับไปเรียนอีกครั้ง แต่ปัญหาก็ยังไม่ได้รับการคลี่คลาย

จากการกรณีที่เกิดขึ้นนี้สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ ยังมีคนจำนวนมากในสังคม ที่ยังเข้าใจเรืองเอชไอวีและเอดส์ไม่ถูกต้อง แม้จะเป็นบุคคลากรที่ทำงานในสาธารณะสุขก็ยังไม่สามารให้คำตอบได้อย่างมั่นใจ และมีความกลัวที่สืบเนื่องจากความเข้าใจผิดๆ หรือไม่มีความรู้ ส่งผลให้เกิดการเลือกปฏิบัติอันเนื่องมาจากเอชไอวี

อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ เรื่องการตรวจเลือด แอดบอกลูกเพจตลอดว่าให้ตรวจเลือดเพื่อเช็คสถานะ หากผลเป็นบวกก็จะได้รักษาได้เร็ว แต่ในกรณีนี้ถือเป็นการเลือกปฏิบัติอย่างรุนแรง ถึงแม้การกระทำเป็นเพราะเจตนาดี อยากให้รู้แจ้งเห็นจริงกันไป แต่วิธีการนี้จะส่งผลกระทบมากกว่าเดิม อย่างที่แอดได้เล่าไปด้านบน กลายเป็นว่าผู้ปกครองก็พากันล่าแม่มดหาว่าสองพี่น้องคนนั้นคือใคร

นอกจากนี้การบังคับให้ตรวจเลือดเป็นการละเมิดสิทธิเนื้อตัวร่างกายของเด็ก เนื่องจากไม่พบว่าเด็กยินยอมให้ตรวจหรือไม่ รวมถึงละเมิดสิทธิความความเป็นส่วนตัวของเด็กเพราะผลเลือดเป็นข้อมูลส่วนบุคคล ไม่สามารถเปิดเผยได้หากเจ้าตัวไม่อนุญาต

การตรวจเลือดหากจะทำจริงก็ต้องตรวจนักเรียนทั้งหมดไม่ควรให้นักเรียนแค่ 2คน ตรวจเพื่อพิสูจน์ตัวเอง กรณีนี้โชคดีที่ผลเลือดปกติ แต่ถ้าผลเป็นบวกขึ้นมา โรงเรียนจะทำยังไง จริงๆแล้ว โรงเรียนไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธนักเรียนแม้ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม เพราะตามสิทธิขั้นพื้นฐานเด็กจะต้องได้รับการพัฒนา และ พ.ร.บ.การศึกษาก็ระบุไว้อย่างชัดเจน

แต่คิดดูอีกทีโรงเรียนจะเอาผลเลือดของนักเรียนไปทำอะไร?

การประชุมจึงเป็นการสร้างความเข้าใจร่วมกันระหว่างโรงเรียน รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้อง กับ ครอบครัวของนักเรียนทีได้รับผลกระทบ เพื่อหาแนวทางในการอยู่ร่วมกัน รวมถึงหารือเรื่องการรับมือหากเกิดกรณีคล้ายกันนี้ในอนาคต

โดยทางโรงเรียนก็แสดงความรับผิดชอบต่อกรณีที่เกิดขึ้น และรับปากว่าจะนำเรื่องเอชไอวี และสิทธิ์ด้านเอดส์ เข้าโครงการด้านอนามัยของโรงเรียน อิงกับเรื่องโรงเรียนสีขาวปลอดยาเสพติด และระบบดูแลช่วยเหลือ โดยโรงเรียนจะเริ่มดำเนินการสร้างความเข้าใจให้กับคณะครูและบุคคลากรในโรงเรียน และขยายต่อในกลุ่มผู้ปกครอง

ในเร็วนี้ๆ มูลนิธิศูนย์คุ้มครองสิทธิด้านเอดส์ อาจได้ลงพื้นที่อีกครั้ง เพื่อหนุนเสริมโรงเรียน และ ไม่แน่ว่า เราอาจจะได้เห็นโรงเรียนและชุมชนตัวอย่างการอยู่ร่วมกับเอชไอวีในอนาคตก็เป็นได้
เข้าสู่ระบบก่อน พิมพ์หน้านี้
สายด่วนเรื่องสิทธิและกฎหมาย

02-1715135-6 - กรุงเทพฯ

038-993-242 - ระยอง

ทุกวัน เวลา 10.00 - 20.00 น.