สมัครสมาชิกใหม่

กล่องฝากข้อความ
ข้อจำกัด

มูลนิธิศูนย์คุ้มครองสิทธิด้านเอดส์
Foundation For AIDS Rights (FAR)
Choose your language :

เรื่องเล่าจาก inbox ของแฟนเพจ EP.02 : เพราะขาดเอกสารจึงนำมาซึ่งความสูญเสีย

ประเภท : กรณีศึกษา

โดย : มูลนิธิศูนย์คุ้มครองสิทธิด้านเอดส์

สร้างเมื่อ : 25-Nov-2020

จำนวนเข้าชม 127 ครั้ง

ชื่นชอบ 0 ครั้ง

เรื่องเล่าจาก inbox ของแฟนเพจมูลนิธิฯ ออกจะเศร้าหน่อย แต่แอดคิดว่าเรื่องราวของผู้ติดเชื้อท่านนี้เป็นบทเรียนที่สำคัญสำหรับคนทำงานด้านสิทธิ ซึ่งแอดคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านหลายท่านด้วยเช่นกัน จึงนำมาเล่าให้นำไปเป็นแนวทางการจัดการเผื่อเจอปัญหากรณีคล้ายๆกันนี้ 

เริ่มต้นจากแอดได้รับข้อความจากลูกเพจ ซึ่งเป็นญาติของผู้ติดเชื้อรายหนึ่ง อยู่ในพื้นที่อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เข้ามาสอบถามเกี่ยวกับปัญหาสิทธิสุขภาพ พอเจ้าหน้าที่ทีมกฎหมายของมูลนิธิฯเข้ามารับเรื่องและได้สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ก็พบว่า ผู้ติดเชื้อรายนี้(ต่อไปขอเรียกว่าคุณเอ)ไม่สามารถใช้สิทธิเข้ารับบริการสุขภาพได้ เนื่องจากถูกจำหน่ายชื่ออกจากทะเบียนราษฎร์

ก่อนอื่นต้องขอท้าวความเกี่ยวกับที่มาที่ไปของการจำหน่ายชื่อออก คุณเอเป็นผู้ถือบัตรประชาชนขึ้นต้นด้วยเลข 0 คือเลขบัตรของคนที่ได้รับการรับรองเป็นบุคคลแล้วแต่ไม่มีสัญชาติ ปกติแล้วหากได้รับการรับรองว่าเป็นบุคคล ถึงแม้จะยังไม่ได้สัญชาติไทยก็สามารถใช้สิทธิการรักษาพยาบาลได้ผ่านกองทุนคืนสิทธิ โดยสิทธิประโยชน์ก็จะได้เทียบเท่ากับสิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า(บัตรทอง)

ในกรณีคุณเอ ถูกจำหน่ายชื่อออกเมื่อปี 2552 โดยเจ้าหน้าที่อ้างเหตุผลตามระเบียบสำนักทะเบียนกลาง ว่าด้วยการจัดทำทะเบียนราษฎร พ.ศ.2535 ข้อ 110 บุคคลซึ่งมีชื่อในทะเบียนบ้านโดยมิชอบ แต่เจ้าตัวพึ่งทราบว่าชื่อตนถูกจำหน่ายออกเมื่อปี 2559 จึงการดำเนินการยื่นคำร้องคืนสถานะเดิม แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่รับดำเนินการเนื่องจากเอกสารที่ถืออยู่ยังไม่หมดอายุ สามารถใช้สิทธิและทำงานต่อได้ คุณเอจึงไม่ได้ดำเนินการอะไร ต่อมาในปี 2560 คุณเอไปดำเนินการต่ออายุบัตร แต่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถดำเนินการให้ได้ อ้างว่าชื่อถูกจำหน่ายออกไปแล้ว ซึ่งกระบวนการคัดชื่อออกนี้เจ้าของชื่อไม่ได้รับการแจ้งจากเจ้าหน้าที่ให้มาโต้แย้งสิทธิ และไม่มีการออกมาชี้แจงเหตุผลเป็นรายลักษณ์อักษรแต่อย่างใด เมื่อบัตรประจำตัวหมดอายุลงสิทธิการรักษาพยาบาลจึงถูกระงับ มากไปกว่านั้นคุณเอไม่สามารถทำงานได้เนื่องจาก ไม่สามารถออกเอกสารเพื่อรับรองสถานะบุคคลไปยืนยันต่อนายจ้าง

แต่เรื่องสุขภาพเป็นเรื่องที่รอไม่ได้ เมื่อบัตรหมดอายุ คุณเอจึงก็ต้องควักกระเป๋าจ่ายค่ายา และบริการสุขภาพเองทั้งหมดเอง ถ้าว่ากันจริงๆแล้วหากไม่มีกองทุนเพื่อจ่ายค่ายาค่ารักษา ค่าใช้จ่ายตรงนี้ถือว่าสูงมาก ยิ่งด้วยตอนนี้คุณเอก็ไม่ได้มีรายได้เหมือนแต่ก่อน การเข้าถึงยาที่ดี การรักษาที่มีคุณภาพมาตรฐานจึงเป็นไปได้ยาก สถานการณ์จึงค่อยๆแย่ลงเรื่อยๆ จนมาถึงเมื่อช่วงเดือนตุลาคมปี 63 ที่ญาติของคุณเอติดต่อเข้ามาทางแฟนเพจ

เมื่อเจ้าหน้าที่ทีมกฎหมายของมูลนิธิศูนย์คุ้มครองสิทธิด้านเอดส์รับเรื่องและสอบถามข้อเท็จจริงแล้ว จึงได้ประสานกับเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวีในพื้นที่ใกล้เคียงให้นำยาต้านไวรัสไปให้เป็นการช่วยเหลือเบื้องต้น และได้ประสานกับสถาบันให้คำปรึกษาและฝึกอบรมการกำหนดสถานะและสิทธิของบุคคล (สปผส.) คณะอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนด้านชนชาติ ผู้ไร้สัญชาติ แรงงานข้ามชาติ และผู้ผลัดถิ่น และสภาทนายความ เพื่อดำเนินการเรื่องสิทธิและสถานะบุคคล แต่น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง หลังจากที่มูลนิธิดำเนินการช่วยเหลือไปประมาณ 1 สัปดาห์ คุณเอได้จากเราไปก่อน โดยญาติแจ้งว่า ได้รับยาต้านเอชไอวีจากเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวีแล้ว แต่คุณเอมีอาการป่วยเรื้อรังมาก่อนหน้านี้มานานจึงเสียชีวิตไปก่อนโดยยังไม่ทันได้ทานยา

จากคำบอกเล่าจากเจ้าหน้าที่ทีมกฎหมายของมูลนิธิฯ เรื่องที่เกิดขึ้นกับคุณเอเป็นเรื่องที่สะเทือนใจเป็นอย่างมาก การสูญเสียชีวิตมนุษย์คนหนึ่งเพราะปัญหาเรื่องเอกสาร เป็นเรื่องที่ไม่ควรให้เกิดขึ้นเลยสำหรับคนที่ดำเนินการช่วยเหลือ ถึงแม้ว่าจะเรื่องที่เกิดขึ้นนี้จะน่าเศร้าใจ แต่เรื่องของคุณเอก็ทำให้เราได้เห็นความสำคัญของการเข้าถึงบริการสุขภาพ สิทธิสุขภาพที่เราอาจจะไม่ได้ใช้ แต่สำหรับคนที่เขายากลำบากนั้น ถือได้ว่าเป็นเรื่องของชีวิตความเป็นความตายเลยทีเดียว หากรัฐไม่รับรองสิทธิของเขาในฐานะบุคคล ก็แทบไม่มีทางเลยที่คนกลุ่มนี้จะได้รับบริการสุขภาพ การที่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไม่ได้ให้ความสำคัญกับสิทธิของบุคคลเมื่อเกิดข้อผิดพลาดในระบบข้อมูลทะเบียนราษฎร์ หรือดำเนินการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า อย่างเช่น การประสานกับโรงพยาบาลที่เจ้าของสิทธิ์สังกัดอยู่ให้ดำเนินการจ่ายยาที่ต้องทานต่อเนื่องไปก่อน โดยอาจจะมีการหนังสือเพื่อขอความอนุเคราะห์จากโรงพยาบาล เป็นต้น

สถานการณ์ปัญหาเรื่องเอกสารประจำตัวบุคคลยังเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ในประเทศไทย และมีไม่กี่องค์กรทีเข้ามาช่วยเหลือ มีผู้คนมากมายถูกปล่อยลอยแพ ไม่สามารถใช้สิทธิที่เข้าสมควรจะได้และนำมาซึ่งความสูญเสียอย่างกรณีนี้ หรืออาจจะสรุปได้ว่าสาเหตุการเสียชีวิตที่จริงแล้วไม่ใช่พฤติกรรมสุขภาพที่ทำให้ป่วย หรือโรคที่อยู่ในตัวผู้ติดเชื้อ แต่อาจเป็นเพราะสิ่งแวดล้อมอย่าง กฎหมาย นโยบาย และระบบการบริหารงานของราชการมากกว่า ที่กีดกันไม่ให้เขาเข้าถึงบริการและเกิดความสูญเสียในที่สุด

สุดท้ายในนามมูลนิธิศูนย์คุ้มครองสิทธิด้านเอดส์ขอแสดงความเสียใจและขอขอบคุณ คุณเอ และครอบครัวที่อนุญาตให้นำเรื่องราวมาเผยแพร่
http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2551/E/180/1.PDF

เข้าสู่ระบบก่อน พิมพ์หน้านี้
สายด่วนเรื่องสิทธิและกฎหมาย

02-1715135-6 - กรุงเทพฯ

038-993-242 - ระยอง

ทุกวัน เวลา 10.00 - 20.00 น.