สมัครสมาชิกใหม่

กล่องฝากข้อความ
ข้อจำกัด

มูลนิธิศูนย์คุ้มครองสิทธิด้านเอดส์
Foundation For AIDS Rights (FAR)
Choose your language :

ประกาศราชกิจจานุเบกษา ปรับเกณฑ์ผู้ประกันตนติดเชื้อเอชไอวี

โดย : มูลนิธิศูนย์คุ้มครองสิทธิด้านเอดส์

เมื่อ : 25-Jul-2016

ชื่นชอบ 0 ครั้ง

     เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 133 ตอนพิเศษ 158 ง ออกประกาศคณะกรรมการการแพทย์
ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 เรื่อง หลักเกณฑ์และอัตราสำหรับประโยชน์ทดแทน
กรณีผู้ประกันตนที่ติดเชื้อเอชไอวี (HIV) และผู้ประกันตนที่เป็นโรคเอดส์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2559
โดยที่เป็นการสมควรให้มีการแก้ไขเพิ่มเติม หลักเกณฑ์และอัตราสำหรับประโยชน์ทดแทนกรณี
ผู้ประกันตนติดเชื้อเอชไอวี (HIV) และผู้ประกันตนที่เป็นโรคเอดส์ให้ได้รับยาต้านไวรัสเอชไอวีเพื่อ
เพิ่มสิทธิประโยชน์ให้แก่ผู้ประกันตน อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 15(2) และมาตรา 63 แห่ง
พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533
                   
               
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติประกันสังคม(ฉบับที่ 4) พ.ศ.2558 และข้อ 12(1) แห่งระเบียบ
คณะกรรมการประกันสังคม ว่าด้วยการรับเงิน การจ่ายเงิน และการเก็บรักษาเงินกองทุนพ.ศ. 2555
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบคณะกรรมการประกันสังคม ว่าด้วยการรับเงิน การจ่ายเงิน และการเก็บ
รักษาเงินกองทุน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 และคณะกรรมการการแพทย์โดยความเห็นชอบของ
คณะกรรมการประกันสังคมจึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
             
  ข้อ 1 ให้ยกเลิกหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และอัตราการบริการทางการแพทย์โดยการให้ยา ต้านไวรัส
เอชไอวีแก่ผู้ประกันตน ที่กำหนดแนบท้ายประกาศคณะกรรมการการแพทย์ตามพระราชบัญญัติ
ประกันสังคม พ.ศ.2533 เรื่อง หลักเกณฑ์และอัตราสำหรับประโยชน์ทดแทนกรณีผู้ประกันตนติด
เชื้อเอชไอวี (HIV) และผู้ประกันตนที่เป็นโรคเอดส์ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2556 ลงวันที่ 5มิถุนายน พ.ศ.
 2556 และให้ใช้หลักเกณฑ์ และอัตราการบริการทางการแพทย์โดยการให้ยาต้านไวรัสเอชไอวี
แก่ผู้ประกันตนตามที่กำหนด แนบท้ายแห่งประกาศฉบับนี้แทน
                 
ข้อ 2 ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2559
ลงนามโดย นพ.ชาตรี บานชื่น ประธานกรรมการการแพทย์
   
           
ส่วน “หลักเกณฑ์และอัตราการบริการทางการแพทย์โดยการให้ยาต้านไวรัสเอชไอวีแก่ผู้ประกันตน”
ได้แก่ 1. คุณสมบัติของผู้ประกันตนที่มีสิทธิได้รับยาต้านไวรัสเอชไอวีจากสำนักงานประกันสังคม
ประกอบด้วย 1.1 ผู้ประกันตนซึ่งได้รับสิทธิบริการทางการแพทย์ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม
พ.ศ.2533 1.2ให้ยาต้านไวรัสเอชไอวี ในผู้ติดเชื้อทุกรายในทุกระดับ CD4 โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณี
 CD4 น้อยกว่า 500 cells/mm3
         
       
2.สำนักงานประกันสังคมจะรับผิดชอบยาต้านไวรัสเอชไอวีให้แก่ผู้ประกันตนที่มีสิทธิ โดยการพิจารณา
เริ่มยาต้านไวรัสในผู้ติดเชื้อเอชไอวี และการเลือกสูตรยาต้านไวรัส ให้เป็นไปตามแนวทาง การตรวจ
รักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข โดยสถาน
พยาบาลสามารถเลือกใช้ยาต้านไวรัสได้ตามรายการที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด ประกอบด้วย
       
2.1 กรณีพิจารณาเริ่มยาต้านไวรัสในผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่มีระดับ CD4 มากกว่า 500 cells/mm3
ควรพิจารณาประเด็นต่อไปนี้อย่างเคร่งครัด ทั้งกรณีผู้ติดเชื้อที่จะเริ่มยาต้านไวรัสต้องเข้าใจถึง
ประโยชน์และผลข้างเคียงของการรักษา เข้าใจประเด็นความสำคัญของ adherence ยินดีที่จะ
เริ่มยาต้านไวรัสและมีความมุ่งมั่นตั้งใจรับยาต้านไวรัสอย่างสม่ำเสมอ
 
โดยผู้ติดเชื้อมีสิทธิเลือกที่จะยังไม่รับยาถ้ายังไม่พร้อมในการเริ่มยาต้านไวรัส ในกรณีผู้ติดเชื้อที่
ยังไม่มีอาการ ประโยชน์ต่อตัวผู้ติดเชื้อเองยังไม่ชัดเจน แต่มีประโยชน์ในด้านการสาธารณสุขเพื่อ
ลดการถ่ายทอดเชื้อ ผู้ให้การดูแลรักษาควรพิจารณาเลื่อนการเริ่มยาไปก่อน หากพบมีปัญหาทาง
สภาพจิตใจหรือสังคมที่ไม่เหมาะต่อการกินยาต่อเนื่อง
 
2.2 เกณฑ์การใช้ยา Atazanavir ให้ใช้ในกรณีผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่มีภาวะไขมันในเลือดสูง โดยให้
เป็นไปตามเกณฑ์ของกระทรวงสาธารณสุข กรณีผู้ป่วยมีอาการไม่พึงประสงค์หรือไม่ตอบสนองต่อ
การรักษา ให้มีการประเมินและจัดการตามระบบหาสาเหตุและพิจารณาปรับเปลี่ยนการรักษาตาม
ดุลยพินิจของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเอชไอวีและเอดส์ที่คณะกรรมการการแพทย์แต่งตั้ง
           

                
3.กรณีผู้ป่วยมีอาการไม่พึงประสงค์หรือไม่ตอบสนองต่อการรักษา ให้มีการประเมินและ จัดการ
ตามระบบหาสาเหตุและพิจารณาปรับเปลี่ยนการรักษาตามดุลยพินิจของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
เอชไอวีและเอดส์ที่คณะกรรมการการแพทย์แต่งตั้ง
         

               
4.ในกรณีที่กระทรวงสาธารณสุขมีการปรับเปลี่ยนเกณฑ์ ข้อบ่งชี้ในการให้ยาต้านไวรัสเอชไอวี สูตรยา
พื้นฐาน สูตรยาทางเลือก และสูตรดื้อยา ให้ปรับเปลี่ยนข้อ 1 และข้อ 2 เป็นตามที่กระทรวงสาธารณสุข
ได้กำหนดปรับเปลี่ยนขึ้นใหม่
                 

        
5 หน้าที่และความรับผิดชอบของสถานพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิการรักษาพยาบาล ประกอบด้วย
5.1 สถานพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิฯ จะต้องดำเนินการตามแนวปฏิบัติในการให้ยาต้านไวรัสเอชไอวี
แก่ผู้ประกันตนตามแนวทางการตรวจวินิจฉัยและการดูแลรักษาของกระทรวงสาธารณสุข
               
                        
5.2 สถานพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิฯ จะต้องจ่ายยาต้านไวรัสเอชไอวีสูตรพื้นฐานสูตรทางเลือก 
และสูตรดื้อยาให้แก่ผู้ประกันตนที่มีสิทธิตามที่กำหนดไว้ใน 5.1 สำหรับกรณีที่ผู้ประกันตนมีอาการ
ไม่พึงประสงค์หรือไม่ตอบสนองต่อการรักษาตามสูตรพื้นฐาน ให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
เอชไอวีและเอดส์ ที่ซึ่งคณะกรรมการการแพทย์แต่งตั้งภายในสถานพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธินั้น
หากสถานพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิฯ ไม่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญฯ      ให้ส่งแบบปรึกษาแพทย์
ผู้เชี่ยวชาญฯ ให้สำนักงานประกันสังคมเพื่อหารือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการติดเชื้อเอชไอวี
และเอดส์ ที่คณะกรรมการการแพทย์แต่งตั้ง และสำนักงานประกันสังคมจะส่งผลการวินิจฉัยของ
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญฯ ให้สถานพยาบาล ตามบัตรรับรองสิทธิฯ และให้สถานพยาบาลตามบัตรรับรอง
สิทธิทุกแห่งเก็บหลักฐานที่ได้อนุมัติไว้เพื่อการตรวจสอบ
       
    
5.3 สถานพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิฯ จะต้องยื่นแบบคำขอรับค่าบริการทางการแพทย์ตามแบบ
ที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด
       
  
5.4 สถานพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิฯ จะต้องบันทึกการให้บริการทางการแพทย์ในระบบ
เทคโนโลยีสารสนเทศที่สำนักงานประกันสังคมกำหนดหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายยาต้านไวรัสเอชไอวี
 ให้ใช้การบริหารจัดการคลังยาต้านไวรัสเอชไอวี ตามที่สำนักงานประกันสังคมได้ทำความตกลงไว้
กับหน่วยงานรัฐที่ผลิตยาหรือจัดหายาหลักเกณฑ์การจ่ายค่ายาต้านไวรัสเอชไอวีให้แก่หน่วยงาน
ของรัฐที่ผลิตหรือจัดหายาตามข้อตกลง ในอัตราที่ไม่สูงกว่าราคาตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข
             
           

                    
เข้าสู่ระบบก่อน พิมพ์หน้านี้
สายด่วนเรื่องสิทธิและกฎหมาย

02-1715135-6 - กรุงเทพฯ

038-993-242 - ระยอง

ทุกวัน เวลา 10.00 - 20.00 น.