7 สถานการณ์สำคัญด้าน ‘เอดส์’ ในประเทศไทย ปี 2566

ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา เกิดหลายสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลรักษา การต้านเชื้อเอชไอวี การปกป้องคุ้มครองและการดำเนินการสิทธิประโยชน์ที่ครอบคลุมเพื่อดูแลประชาชนไทย โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับนโยบายด้านเอดส์ วันนี้เราจึงรวบรวมเอา 7 สถานการณ์สำคัญด้าน ‘เอดส์’ ในไทย ปี 2566 มาให้อ่านเพื่อทบทวนเส้นทางและความหวังของการอยู่ร่วมกันในสังคม รวมทั้งการรักษาสิทธิและความเป็นธรรมของผู้ป่วยในประเทศไทย

1. สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ประกาศเรื่องถุงยางอนามัยฟรีกว่า 94.5 ล้านชิ้น ในปี 2566 เริ่มต้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2566

เพื่อป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โดยเริ่มที่หน่วยบริการระบบบัตรทอง ประชาชนสามารถใช้บัตรประชาชนไปขอรับที่หน่วยบริการ หรือรับผ่านแอปเป๋าตัง หรือรับจากตู้จ่ายถุงยางอนามัยอัตโนมัตินอกหน่วยบริการ ซึ่งพวกเขาได้นำร่อง 3 จุดในพื้นที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี

2. คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการป้องกันและแก้ไขปัญหาเอดส์ มีมติเห็นชอบแผน ‘ปฏิบัติการยุติปัญหาเอดส์ ประเทศไทย พ.ศ. 2566 - 2569’ เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2566

กิจกรรมสำคัญของแผน เช่น บริการยาป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีก่อนการสัมผัส (Pre-Exposure Prophylaxis: PrEP) และบริการการตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวีด้วยตนเอง (HIV Self-Test) , กลยุทธ์เร่งรัดการยุติปัญหาเอดส์ , คณะกรรมการกลไกความร่วมมือในประเทศใช้แผนปฏิบัติการยุติปัญหาเอดส์ ในการพิจารณาจัดทำคำขอรับทุนสนับสนุนเพิ่มเติมจากกองทุนโลก , ขับเคลื่อนการดำเนินงานมาตรฐานการจัดบริการเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในชุมชนสำหรับองค์กรภาคประชาสังคม

3. คณะทำงานคาดประมาณสถานการณ์เอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย คาดประมาณจำนวนผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ไว้ว่า

- ในปี 2566 จะมีจำนวนผู้ติดเชื้อประมาณ 9,226 คน

- ในปี 2567 จะมีจำนวนผู้ติดเชื้อประมาณ 9,364 คน

ตัวเลขเหล่านี้ถูกบันทึกไว้เมื่อ 27 เมษายน 2566 แต่เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2566 กรมควบคุมโรค เผยว่า สถานการณ์การติดเชื้อเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เพิ่มสูงขึ้นในกลุ่มเยาวชน ซึ่งเกือบครึ่งเป็นกลุ่มอายุระหว่าง 15-24 ปี และมีสัดส่วนเป็นผู้ติดเชื้อเอชไอวีในระบบการรักษาถึง 22.4%

4. กรมควบคุมโรคร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติขับเคลื่อนการตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง (HIV Self-Test)

เป็นสิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติให้คนไทยทุกคนตรวจเอชไอวีด้วยตนเองฟรี โดยเข้าแอปพลิเคชันเป๋าตัง ในเมนูกระเป๋าสุขภาพ และรับชุดตรวจไอวีด้วยตนเองที่หน่วยบริการสุขภาพของรัฐ เอกชน ภาคประชาสังคม ตลอดจนร้านขายยาที่ร่วมโครงการทั่วประเทศ เริ่มต้นเมื่อเดือนตุลาคม 2566

5. น.ส.เกณิกา อุ่นจิตร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเนื่องในวันเอดส์โลกว่า รัฐบาลเศรษฐามีกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ บัตรทอง 30 บาท ซึ่งบรรจุสิทธิประโยชน์การดูแลผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยเอดส์ที่ต้องได้รับยาต้านไวรัส เพื่อให้เข้าถึงการรักษาและบริการอย่างเท่าเทียม และคนไทยที่มีบัตรประชาชนสามารถเข้ารับการตรวจหาเชื้อเอชไอวีได้ฟรี ปีละ 2 ครั้ง โดยผลการตรวจหาเชื้อเอชไอวีจะถูกเก็บเป็นความลับ

6. กิจกรรมขับเคลื่อนนโยบายวิถีชีวิตปกติกับถุงยางอนามัย “พก ซื้อ ใช้” ลดอุปสรรคการเข้าถึงถุงยางอนามัยของเยาวชน เนื่องในวันเอดส์โลก ประจำปี 2566 เพื่อชี้ชวนรัฐบาลแก้ไขปัญหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และการติดเชื้อเอชไอวี

จัดขึ้นโดยสถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทยร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มูลนิธิเข้าถึงเอดส์ สายด่วน 1663 เครือข่ายประชาชนขจัดการเลือกปฏิบัติ (MovED) และเครือข่ายสถานศึกษาในกรุงเทพมหานคร

7. ข้อมูลจากศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย คาดการณ์ว่าในอีก 1 - 2 ปีข้างหน้า รูปแบบการรักษาการติดเชื้อเอชไอวีจะเปลี่ยนแปลงจากการทานยาสม่ำเสมอ กลายเป็นการฉีดยาทุก 2 เดือน คล้ายการรักษาโรคเบาหวาน และอีก 4 - 5 ปี ความถี่ของการฉีดยาอาจลดลงเป็นฉีดทุก 6 เดือน และพัฒนาเป็นยาฝังใต้ผิวหนังต่อไป