นโยบายความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice)

มูลนิธิศูนย์คุ้มครองสิทธิด้านเอดส์ (“มูลนิธิ”) เป็นองค์กรพัฒนาเอกชนสาธารณะประโยชน์
ที่ไม่แสวงหากำไร โดยได้หนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นมูลนิธิเมื่อวันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๕๑ ได้รับ
การรับรองให้เป็นองค์กรเอกชนด้านสิทธิมนุษยชน จากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้รับการรับรองเป็นองค์กรสาธารณประโยชน์จากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)
เมื่อวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ มูลนิธิ มีวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับเอชไอวี/เอดส์และสุขภาพ สิทธิผู้บริโภค สิทธิแรงงาน การศึกษา วิจัย หรือสนับสนุนการศึกษาวิจัย เพื่อพัฒนา กฎหมาย นโยบาย ระเบียบข้อบังคับ ที่นำไปสู่การคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องกับเอดส์และสุขภาพ การส่งเสริมการป้องกันโรคเอดส์ให้ข้อมูล ให้คำปรึกษาเรื่องเอดส์ วัณโรค และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์การช่วยเหลือ สงเคราะห์ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ผู้ได้รับผลกระทบจากเอดส์ และ
กลุ่มผู้ด้อยโอกาสในสังคม รวมทั้งมีกลไกการคุ้มครองสิทธิ เป็นศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์จากประชาชน
องค์กร หรือเครือข่ายต่างๆ มูลนิธิ มีเป้าหมายในการสนับสนุนให้รัฐบาลปฏิบัติตามหน้าที่ด้านสิทธิมนุษยชน 3 ประการ คือ Respect การเคารพสิทธิมนุษยชนของประชาชน Protect การปกป้องคุ้มครองช่วยเหลือเยียวยาเมื่อประชาชนถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน และ Fulfill การส่งเสริมเผยแพร่ให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิหรือได้ใช้สิทธิมนุษยชน ซึ่งในการดำเนินการดังกล่าวอาจมีข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูล (“ท่าน”) และข้อมูลส่วนบุคคลที่มูลนิธิได้รับจากองค์กรภาครัฐ หรือองค์กรเครือข่ายต่างๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อม

มูลนิธิศูนย์คุ้มครองสิทธิด้านเอดส์ตระหนักถึงความสำคัญของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อให้ท่านสามารถเชื่อมั่นได้ว่ามูลนิธิมีความโปร่งใสและความรับผิดชอบในการเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลของท่านตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ รวมถึงกฎหมาย และกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง มูลนิธิ ในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ตามกฎหมายในการแจ้งนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้ท่านทราบถึงรายละเอียดเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งดำเนินการโดยมูลนิธิรวมถึงเจ้าหน้าที่และบุคคลที่เกี่ยวข้องผู้ดำเนินการแทนหรือในนามของมูลนิธิ โดยมีเนื้อหาสาระดังต่อไปนี้

  1. คำนิยาม
  2. ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคล
  3. แหล่งที่มาของของข้อมูลส่วนบุคคล

๑.๑.“ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวตนบุคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม เช่น ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ ที่อยู่อีเมล หมายเลขหนังสือเดินทาง หมายเลขบัญชีธนาคาร ข้อมูลการเงิน ข้อมูลการศึกษา ข้อมูลการจ้างงาน เป็นต้น อย่างไรก็ดี ข้อมูลต่อไปนี้ไม่เป็นข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรม ข้อมูลของนิติบุคคล ข้อมูลสำหรับการติดต่อทางธุรกิจที่ไม่ได้ระบุถึงตัวบุคคล ที่อยู่ของบริษัท เลขทะเบียนนิติบุคคล หมายเลขโทรศัพท์
ของที่ทำงาน ที่อยู่อีเมลที่ใช้ในการทำงาน ข้อมูลนิรนาม หรือ ข้อมูลแฝงที่ทำให้ไม่สามารถระบุไปถึงบุคคลธรรมดาได้ได้โดยมาตรการเชิงเทคนิคและเชิงบริหารจัดการ เป็นต้น

๑.๒.“ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว” หมายถึง ข้อมูลที่มีความละเอียดอ่อน และอาจสุ่มเสี่ยง
ในการเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม เช่น เชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ พฤติกรรมทางเพศ ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใดซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกัน ตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด

๑.๓. “เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง ตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลนั้น แต่ไม่ใช่ในกรณีที่บุคคลมีความเป็นเจ้าของข้อมูลในลักษณะทรัพยสิทธิ หรือเป็นผู้สร้างหรือเก็บรวบรวมข้อมูลนั้นขึ้นมา และไม่รวมถึงนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย เช่น บริษัท สมาคม มูลนิธิ หรือองค์กรอื่นใด

๑.๔.“ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

๑.๕.ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการดังกล่าวไม่เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

๑.๖.เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง บุคคลหรือคณะบุคคลซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากมูลนิธิให้มีหน้าที่ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒

๑.๗.คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่จัดตั้งตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ และมีอำนาจหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด

๑.๘.สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่จัดตั้งตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ เป็นหน่วยงานของรัฐมีทำหน้าที่กำกับดูแล

มูลนิธิอาจเก็บรวบรวมข้อมูลหรือได้มาซึ่งข้อมูลของท่าน ดังต่อไปนี้ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับบริการที่ท่านใช้หรือบริบทความสัมพันธ์ที่ท่านมีกับมูลนิธิ รวมถึงข้อพิจารณาอื่นที่มีผลกับการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล โดยประเภทของข้อมูลที่ระบุไว้ดังต่อไปนี้เป็นเพียงกรอบการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของมูลนิธิเป็นการทั่วไป ทั้งนี้ เฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับบริการที่ท่านใช้งานหรือมีความสัมพันธ์ด้วยเท่านั้นที่จะมีผลบังคับใช้

๒.๑. ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป

- ข้อมูลส่วนตัว เช่น คำนำหน้า ชื่อ นามสกุล อายุ วันเดือนปีเกิด สถานภาพสมรส หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน หมายเลขหนังสือเดินทาง ลายมือชื่อ รวมถึงข้อมูลที่ใช้ยืนยันตัวตนได้ เช่นข้อมูลบนบัตรประจำตัวประชาชน หมายเลขประจำตัวคนต่างด้าว ข้อมูลทะเบียนราษฎร์ รูปถ่าย ข้อมูลหรือเอกสารอื่นใดที่ใช้ยืนยันตัวตนได้ในทำนองเดียวกัน เป็นต้น

- ข้อมูลการติดต่อ เช่น หมายเลขโทรศัพท์ ไอดีไลน์ ที่อยู่จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ที่อยู่ทางกายภาพ สถานที่ทำงาน เป็นต้น

- ข้อมูลด้านการศึกษา การงาน วิชาชีพ เช่น ประวัติการศึกษา ผลการศึกษา วุฒิการศึกษา ประวัติการทำงาน ผลการประเมินการทำงาน ใบอนุญาตทำงาน ข้อมูลเกี่ยวกับการจ้างงาน ข้อมูลเกี่ยวกับการอบรมในตำแหน่งงานหรือวิชาชีพ หนังสือรับรองเงินเดือน เป็นต้น

- ข้อมูลทางบัญชีการเงิน เช่น หมายเลขบัญชีธนาคาร ค่าตอบแทนวิทยากร ค่าจ้าง เป็นต้น

- ข้อมูลรูปภาพ เสียง ภาพเคลื่อนไหว เมื่อท่านเข้าร่วมกิจกรรมสัมนาหรือฝึกอบรม เป็นต้น

๒.๒. ข้อมูลที่เกี่ยวกับการใช้หรือการสื่อสารสารสนเทศ

- ข้อมูลการใช้งานคอมพิวเตอร์ เช่น หมายเลข IP Address ของคอมพิวเตอร์

- ข้อมูลจากการเข้าใช้เว็บไซต์ เช่น ชนิดของบราวเซอร์ที่ใช้งาน ข้อมูล Cookies การตั้งค่าเรื่องเขตเวลา

๒.๓. ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว

- มูลนิธิเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งจัดเป็นข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวของท่านตามมาตรา ๒๖ เช่น ข้อมูลสุขภาพ ข้อมูลศาสนา เชื้อชาติ โดยขอความยินยอมจากท่าน เว้นแต่เป็นกรณีที่กฎหมายอนุญาตให้กระทำได้

มูลนิธิอาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากช่องทาง ดังต่อไปนี้

๓.๑. มูลนิธิได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยตรง โดยมูลนิธิจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากการดำเนินการต่างๆ ดังนี้

- การที่ท่านขอคำปรึกษา แจ้งเรื่องร้องทุกข์ ร้องเรียนต่อมูลนิธิ หรือขั้นตอนการยื่นคำขอใช้สิทธิต่างๆ กับมูลนิธิ หรือระบบรับเรื่องร้องเรียนและคุ้มครองการละเมิดสิทธิด้านเอดส์ เพศภาวะ และความเป็นกลุ่มประชากรเปราะบางต่อการถูกเลือกปฏิบติ (CRS ปกป้อง)

- การที่ท่านเข้าร่วมกิจกรรมคลีนิคกฎหมาย

- การที่ท่านเข้าร่วมกิจกรรมรณรงค์ตามภารกิจของมูลนิธิ

- การที่ท่านเข้าร่วมกิจกรรมการประชุม เสวนา สัมนา หรือฝึกอบรม

- จากความสมัครใจของท่านในการเข้าชื่อเพื่อเสนอกฎหมาย หรือคัดค้านกฎหมายหรือนโยบาย

- จากความสมัครใจของท่านในการทำแบบสอบถาม (survey) หรือการโต้ตอบทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือช่องทางการสื่อสารอื่น ๆ ระหว่างท่านและมูลนิธิ

- มูลนิธิ อาจจะมีการจัดเก็บข้อมูลโดยอัตโนมัติ เช่น การเก็บข้อมูลการเข้าใช้เว็บไซต์ของมูลนิธิ ผ่านบราวเซอร์ที่ใช้งาน ข้อมูลคุกกี้ (cookies) ของท่าน

คุกกี้(cookies) คือ text file ที่อยู่ในคอมพิวเตอร์ หรือโทรศัพท์มือถือของท่าน หรือ server ของผู้ให้บริการเว๊บไซต์ แสดงประวัติการเข้าเว็บไซต์ และแสดงตัวตนของผู้เข้าถึงเว็บไซต์ คุกกี้บางประเภทอาจจัดเป็นข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล มูลนิธิ ใช้คุกกี้ดังต่อไปนี้ สำหรับเว๊บไซต์ของมูลนิธิศูนย์คุ้มครองสิทธิด้านเอดส์

  • คุกกี้ที่จำเป็นอย่างยิ่ง (Strictly Necessary Cookies) เพื่อช่วยให้ท่านสามารถเข้าใช้เว็บไซต์ได้โดยการเปิดใช้ฟังก์ชันพื้นฐานต่างๆ เช่น การนำทางในหน้า และการเข้าสู่ส่วนที่ปลอดภัยของเว็บไซต์ หากไม่มีคุกกี้เหล่านี้ เว็บไซต์ของมูลนิธิจะไม่สามารถทำงานได้อย่างถูกต้อง
  • คุกกี้ฟังก์ชันการทำงาน (Functionality Cookies) เพื่อใช้ในการจดจำสิ่งที่ท่านเลือก หรือตั้งค่าบนแพลตฟอร์ม เช่น ชื่อบัญชีผู้ใช้ ภาษา ฟ้อนต์ และรูปแบบแพลตฟอร์ม เพื่อการนำเสนอข้อมูลที่ตรงความต้องการ เฉพาะบุคคลให้แก่ท่านได้มากขึ้น ตามการตั้งค่าต่าง ๆ ที่เลือกไว้
  • คุกกี้ทางสถิติช่วยให้มูลนิธิเข้าใจวิธีที่ท่านมีส่วนร่วมกับเว็บไซต์โดยการรวบรวมและรายงานข้อมูล

๓.๒. มูลนิธิได้รับข้อมูลส่วนบุคคล จากบุคคลที่สาม มูลนิธิอาจเก็บรวบรวม ได้รับ หรือเข้าถึงจากแหล่งอื่นซึ่งไม่ใช่จากเจ้าของข้อมูลโดยตรง ซึ่งมูลนิธิจะเก็บรวมรวมข้อมูลจากแหล่งอื่นเมื่อได้รับความยินยอมจากท่าน เว้นแต่เป็นกรณีที่กฎหมายอนุญาตให้กระทำได้

- จากภาคีเครือข่าย เจ้าหน้าที่อาสาสมัคร บุคคลอื่นใดที่เป็นผู้ควบคุมข้อมูล หรือผู้ประมวลผลข้อมูล และ/หรือ บุคคลอื่นใดที่มูลนิธิเชื่อโดยสุจริตว่าเป็นผู้มีสิทธิประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลและมีสิทธิเปิดเผยให้แก่มูลนิธิได้

- หน่วยงานของรัฐ องค์กรอิสระ และหน่วยงานที่กำกับดูแล ได้แก่ สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน สำนักงานอัยการสูงสุด กรมควบคุมโรค กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สำนักงานประกันสังคม สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นต้น

- แหล่งข้อมูลสาธารณะ อื่น ๆ เช่น เว็บไซต์ของบริษัท เว็บไซต์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่าง ๆ เช่น เฟสบุ๊ค เป็นต้น

โดยมูลนิธิได้รับข้อมูลด้วยวิธีการ ดังต่อไปนี้

  • ได้รับจากหนังสือราชการ
  • ได้รับทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์
  • ได้รับเป็นเอกสาร
  • ได้รับแจ้งทางโทรศัพท์

  1. วัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

มูลนิธิ ดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเท่าที่จำเป็น ด้วยวิธีการที่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม เพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

ข้อวัตถุประสงค์ฐานทางกฎหมาย
๔.๑.เพื่อวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับเอชไอวี/เอดส์ สุขภาพ สิทธิผู้บริโภค สิทธิแรงงาน โดยไม่ใช้ข้อมูลที่บ่งชี้ตัวตนของท่าน และมูลนิธิจะรักษาความลับของข้อมูลอย่างเคร่งครัดLegitimate Interest ความจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
๔.๒.เพื่อวัตถุประสงค์ในการศึกษา วิจัย หรือสนับสนุนการศึกษาวิจัย เพื่อพัฒนา กฎหมาย นโยบาย ระเบียบข้อบังคับ ที่นำไปสู่การคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องกับเอดส์ สุขภาพ สิทธิผู้บริโภค สิทธิแรงงาน โดยไม่ใช้ข้อมูลที่บ่งชี้ตัวตนของท่าน และมูลนิธิจะรักษาความลับของข้อมูลอย่างเคร่งครัดLegitimate Interest ความจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
๔.๓.

เพื่อวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมการป้องกันเอดส์ ให้ข้อมูล ให้คำปรึกษาเรื่องเอดส์ วัณโรค และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

Legitimate Interest ความจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
๔.๔.เพื่อวัตถุประสงค์ในการให้การช่วยเหลือ สงเคราะห์ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ผู้ได้รับผลกระทบจากเอดส์ และกลุ่มผู้ด้อยโอกาสในสังคมLegitimate Interest ความจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
๔.๕.เพื่อประโยชน์ในการการติดต่อประสานงาน แจ้งข้อมูลข่าวสารLegitimate Interest ความจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
๔.๖.เพื่อปฏิบัติหน้าที่ของมูลนิธิตามกฎหมายLegal Obligation การปฏิบัติตามกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

นอกจากวัตถุประสงค์ดังกล่าวข้างต้นแล้วมูลนิธิจะไม่นำข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น เว้นแต่ เป็นกรณีที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอนุญาต เช่น

  • เมื่อได้รับความยินยอมจากท่าน หรือเมื่อได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่านสำหรับกรณีข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว
  • เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์หรือจดหมายเหตุ เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือเกี่ยวกับการศึกษาวิจัย หรือสถิติซึ่งได้จัดให้มีมาตรการปกป้องที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
  • เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล
  • เพื่อปฏิบัติตามสัญญาซึ่งท่านเป็นคู่สัญญากับมูลนิธิ หรือ เพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของท่านก่อนเข้าทำสัญญา
  • เป็นการจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมาย เป็นต้น

ทั้งนี้หากมูลนิธิ มีการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่แตกต่างไปจากวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งไว้ มูลนิธิ จะแจ้งวัตถุประสงค์ใหม่ให้ท่านทราบและได้รับความยินยอมก่อน เว้นแต่เป็นกรณีที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือกฎหมายอื่นอนุญาตให้กระทำได้

  1. การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
  2. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
  3. ระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล
  4. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล
  5. ช่องทางการติดต่อ
  6. การแก้ไขเปลี่ยนแปลง

ในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในเอกสารนี้ มูลนิธิอาจเปิดเผยข้อมูลของท่านให้แก่บุคคลภายนอกดังต่อไปนี้

๕.๑. ภาคีเครือข่ายของมูลนิธิ เพื่อวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับเอชไอวี/เอดส์ สุขภาพ สิทธิผู้บริโภค สิทธิแรงงาน โดยไม่ใช้ข้อมูลที่บ่งชี้ตัวตนของท่าน และมูลนิธิจะรักษาความลับของข้อมูลอย่างเคร่งครัด

๕.๒. หน่วยงานของรัฐ องค์กรอิสระ และหน่วยงานที่กำกับดูแล ได้แก่ สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน สำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กรมควบคุมโรค กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สำนักงานประกันสังคม สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เป็นต้น

๕.๓. ตัวแทน ผู้รับจ้าง/ผู้รับจ้างช่วง และ/หรือผู้ให้บริการสำหรับการดำเนินงานใด ๆ ให้แก่มูลนิธิ เช่น ผู้ตรวจสอบบัญชี ทนายความ ที่ปรึกษากฎหมาย เป็นต้น

มูลนิธิ เคารพสิทธิส่วนบุคคลของท่านตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิดำเนินการ ดังต่อไปนี้

๖.๑. สิทธิในการถอนความยินยอม: ท่านมีสิทธิในการถอนความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมกับมูลนิธิได้ ตลอดระยะเวลาที่ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอยู่กับมูลนิธิ เว้นแต่มีข้อจำกัดสิทธิในการถอนความยินยอมโดยกฎหมาย หรือโดยสัญญาที่ให้ประโยชน์แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้การขอถอนความยินยอมของท่านอาจส่งผลกระทบต่อท่านในการที่จะไม่ได้รับบริการที่สอดคล้องกับความต้องการของท่าน เพื่อประโยชน์ของท่านจึงควรศึกษาและสอบถามมูลนิธิถึงผลกระทบก่อนการถอนความยินยอม ทั้งนี้ การถอนความยินยอมย่อมไม่ส่งผลกระทบต่อการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมไปแล้วโดยชอบ

๖.๒. สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล: ท่านมีสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่อยู่ในความรับผิดชอบของมูลนิธิ และขอให้มูลนิธิทำสำเนาข้อมูลดังกล่าวให้แก่ท่าน รวมถึงขอให้มูลนิธิเปิดเผยการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน มูลนิธิ มีสิทธิปฏิเสธคำขอของท่านตามกฎหมายหรือคำสั่งของศาล หรือกรณีที่คำขอของท่านจะส่งผลกระทบที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น

๖.๓. สิทธิขอถ่ายโอนข้อมูล: ท่านมีสิทธิขอให้โอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ในกรณีที่มูลนิธิได้จัดทำข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอยู่ในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานโดยทั่วไปด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานโดยอัตโนมัติและสามารถใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ รวมทั้งมีสิทธิขอให้มูลนิธิส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นเมื่อสามารถทำได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ และมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่มูลนิธิส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นโดยตรง เว้นแต่โดยสภาพทางเทคนิคไม่สามารถดำเนินการได้

๖.๔. สิทธิขอคัดค้าน: ท่านมีสิทธิขอคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับท่านด้วยเหตุบางประการตามที่กฎหมายกำหนดได้

๖.๕. สิทธิขอให้ลบหรือทำลายข้อมูล: ท่านมีสิทธิขอให้มูลนิธิดำเนินการลบหรือทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ ตามเหตุที่กฎหมายกำหนด

๖.๖. สิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูล: ท่านมีสิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลชั่วคราวในกรณีที่มูลนิธิอยู่ระหว่างการตรวจสอบคำร้องขอใช้สิทธิของท่าน หรือตามเหตุที่กฎหมายกำหนด

๖.๗. สิทธิขอให้แก้ไขข้อมูล: ท่านมีสิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้อง หรือเพิ่มเติมข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์

การขอใช้สิทธิของท่านตามที่กล่าวข้างต้น จะต้องกระทำเป็นลายลักษณ์อักษร โดยหากท่านประสงค์ที่จะใช้สิทธิใด ๆ ดังกล่าวข้างต้น โปรดติดต่อมูลนิธิศูนย์คุ้มครองสิทธิด้านเอดส์ตามช่องทางที่ระบุไว้ โดยมูลนิธิ จะพิจารณาและแจ้งผลให้ท่านทราบภายในระยะเวลาที่สมเหตุสมผลและไม่เกินระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด

มูลนิธิศูนย์คุ้มครองสิทธิด้านเอดส์ อาจปฏิเสธที่จะดำเนินการตามคำร้องของท่านได้ หากมูลนิธิมีความจำเป็นที่จะต้องเก็บข้อมูลต่อไปตามที่กฎหมายกำหนด เช่น จำเป็นต่อการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายที่มูลนิธิมีในฐานะของผู้ควบคุมข้อมูล จำเป็นเพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อบังคับ กฎ หรือระเบียบที่เกี่ยวข้อง จำเป็นต่อการป้องกันอันตรายร้ายแรงอันอาจเกิดต่อสุขภาพและชีวิตของท่าน จำเป็นต่อการตรวจสอบเกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบ เพื่อใช้เป็นการภายในตามสมควรโดยสอดคล้องกับความคาดหมายของท่านที่เกี่ยวข้องกับมูลนิธิ เป็นต้น

มูลนิธิ จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นระยะเวลาเท่าที่จำเป็นเพื่อวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งได้ระบุไว้ในแบบแจ้งฉบับนี้ และอาจเก็บต่อไปตามระยะเวลาที่จำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายหรือตามอายุความทางกฎหมาย เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อเหตุอื่นตามนโยบายและข้อกำหนดภายในองค์กรของมูลนิธิ

มูลนิธิ ทราบถึงความสำคัญของการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน มูลนิธิจึงกำหนดให้มีมาตรการที่เหมาะสมและครอบคลุมการเก็บรวมรวม ใช้และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไม่ว่าข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวจะอยู่ในรูปแบบเอกสารหรือในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือรูปแบบอื่นใดก็ตาม ซึ่งประกอบด้วยมาตรการเชิงองค์กร (organizational measures) มาตรการเชิงเทคนิค (technical measures) และมาตรการเชิงกายภาพ (physical measures) โดยมีการดำเนินการตามขั้นตอนการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เป็นที่ยอมรับ โดยคำนึงถึงความสามารถในการธำรงไว้ซึ่งความลับ (confidentiality) ความถูกต้องครบถ้วน (intergrity) และสภาพพร้อมใช้งานของข้อมูลส่วนบุคคล (availability) ทั้งนี้เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ มูลนิธิ จึงกำหนดระเบียบการปฏิบัติงานเพื่อป้องกันการเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาตและเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างปลอดภัย อีกทั้งมีการอบรมให้กับบุคคลากรของมูลนิธิ และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการเก็บรวมรวม ใช้ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ทราบถึงกับความสำคัญของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และการรักษาความมั่นคงปลอดภัย ซึ่งมูลนิธิ ได้มีการทบทวน มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยดังกล่าวอย่างสม่ำเสมอ

ท่านสามารถติดต่อมูลนิธิ เพื่อเสนอแนะ สอบถามหรือใช้สิทธิของท่านได้ที่

รายละเอียดผู้ควบคุมข้อมูล

ชื่อ:              มูลนิธิศูนย์คุ้มครองด้านสิทธิเอดส์ Foundation for AIDS Rights

สถานที่ติดต่อ:     เลขที่ 133/235 หมู่บ้านรื่นฤดี 3 ถนนหทัยราษฎร์ แขวง/เขตมีนบุรี
    กรุงเทพมหานคร 10510

ช่องทางการติดต่อ: โทรศัพท์ 02 -171-5135
โทรสาร 02-171-5124
https://www.aidsrightsthailand.com
e-mail : foundationforaidsrights@gmail.com

รายละเอียดตัวแทนผู้รับผิดชอบ

ชื่อ:              คุณไพลิน ดวงมาลา

สถานที่ติดต่อ:     เลขที่ 133/235 หมู่บ้านรื่นฤดี 3 ถนนหทัยราษฎร์ แขวง/เขตมีนบุรี
    กรุงเทพมหานคร 10510

ช่องทางการติดต่อ: โทรศัพท์ 097-219-4393

e-mail : ma.fueang@gmail.com

รายละเอียดหน่วยงานกำกับดูแล

ชื่อ:              สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

สถานที่ติดต่อ: เลขที่ 120 หมู่ 3 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคารบี ถนนแจ้งวัฒนะ
เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210

ช่องทางการติดต่อ: โทรศัพท์ 02-142-1033
โทรสาร 02-171-5124
http://www.pdpc.or.th
e-mail : pdpc@mdes.go.th

มูลนิธิ มีการทบทวนและอาจแก้ไขเปลี่ยนแปลงนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้ตามความเหมาะสมอยู่เป็นประจำ เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะได้รับความคุ้มครอง โดยมูลนิธิ จะมีการแจ้งให้ท่านทราบผ่านทางเว็บไซต์ของมูลนิธิศูนย์คุ้มครองสิทธิด้านเอดส์ https://www.aidsrightsthailand.com

ปัจจุบัน นโยบายความเป็นส่วนตัวถูกทบทวนครั้งล่าสุดเมื่อ [15/กค/2565]